วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

เมาแล้วขับ อาจจะหลับไม่ตื่น

ใกล้ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์เข้ามาทีไร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นต้องเตรียมตั้งรับและตั้งด่านตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์เพื่อลดความเสี่ยงจากกรณีเมาแล้วขับกันมากขึ้นกว่าปกติ นอกเหนือจากการสกัดจับนักท่องเที่ยวราตรีทั้งหลายที่ดื่มจนเมาแล้วขับกันอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ช่วงเวลาสนุก ๆ ของคนไทยต้องมาสลดใจกับเหตุรถชนและความสูญเสียต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ความรับผิดชอบในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันไม่น่าจะต้องให้มีมาตรการบังคับมากมายขนาดนั้น

เมาแล้วขับ

อีกทั้งกรณีเหตุความรุนแรงจากการเมาแล้วขับของคนดังวงการบันเทิงก็เคยมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งว่าความสูญเสียเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกเวลาอย่างเช่น ในกรณีของนักร้องชื่อดัง นิชคุณ หรเวชกุลที่เป็นข่าวดังข้ามประเทศในปี 2555 จากการขับรถชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหลังจากตำรวจตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดที่ระดับร้อยละ 0.056 มิลลิกรัมซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายในประเทศเกาหลีใต้กำหนดไว้เพียงร้อยละ 0.05 มิลลิกรัมเท่านั้น ซึ่งในเหตุการณ์เมาแล้วขับของนิชคุณ ทำให้เขาถูกระงับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวและถูกปรับเป็นเงินกว่า 4 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณแสนกว่าบาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้เสียหายบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของนิชคุณเองก็อยู่ในระดับต่ำ 0.056% มิลลิกรัมเกินกว่ากำหนดเล็กน้อย แต่ในประเทศไทยโทษของการเมาแล้วขับจะรุนแรงแค่ไหน และคุ้มหรือไม่ ถ้าการเมาแล้วขับของคุณอาจจะทำให้คุณหรือใครหลับไม่ตื่นอีกต่อไป

เมาแล้วขับมีโทษอย่างไร

สำหรับกฎหมายเกี่ยวกับการดื่มสุราเมาแล้วขับในประเทศไทยนั้น ได้กำหนดให้ใช้ผลการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเป็นเกณฑ์ โดยหากพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็จะมีความผิดตามกฎหมายและมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 ถึง 20,000 บาท หรืออาจจะพิจารณาทั้งจำและปรับ อีกทั้ง ผู้ขับขี่ยังจะต้องถูกระงับใบขับขี่อย่างน้อย 6 เดือน หรือในบางกรณีอาจจะสั่งยกเลิกใบอนุญาตขับขี่ก็เป็นได้

ง่วงแล้วขับ

คดีเมาแล้วขับปรับเท่าไร ถ้ามีบุคคลอื่นได้รับผลกระทบต่อสภาพจิตใจและร่างกาย

อย่างไรก็ดี หากในเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ตรวจพบว่ามากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายต่อจิตใจและร่างกาย ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวจะมีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ถึง 5 ปี และเสียค่าปรับระหว่าง 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือในบางกรณีอาจจะต้องโทษทั้งจำและปรับ ซึ่งก็ยังมีผู้ขับขี่บางรายที่ถูกพักใบอนุญาตไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือบางรายก็ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เด็ดขาด

โทษของการเมาแล้วขับจนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

แต่หากผู้ขับขี่ดื่มสุราจนเมาและทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ต่อบุคคลอื่น จนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ชีวิต โทษของการเมาแล้วขับก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเช่น ถ้าเป็นกรณีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้ขับขี่ก็จะต้องโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 2 ถึง 6 ปี เสียค่าปรับตั้งแต่ 4 หมื่นบาทจนถึง 120,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ โดยผู้ขับขี่จะต้องถูกพักใบอนุญาตขับขี่อย่างต่ำไม่น้อยกว่า 2 ปี หรืออาจจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ไปเลย ส่วนกรณีที่การดื่มสุราแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น กฎหมายได้กำหนดโทษไว้ว่าให้ผู้ขับขี่ต้องจำคุกไม่ต่ำกว่า 3 ถึง 10 ปี เสียค่าปรับตั้งแต่ 6 หมื่น จนถึง 2 แสนบาท โดยผู้ขับขี่จะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถสถานเดียว

ถ้าไม่ยอมให้ตรวจหาระดับแอลกอฮอล์ในเลือด จะมีโทษอย่างไร

เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ใช้รถใช้ถนนและลดความเสี่ยงของการดื่มสุราระหว่างขับรถ ตั้งแต่เดือนสิ่งหาคมปี 2555 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่ที่กระทำผิดโดยอ้างอิงจากกฎหมายดื่มสุราบนรถขณะเดินทางหรือขับขี่ และต่อด้วยบทลงโทษผู้ขับขี่ที่ไม่ยอมตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด โดยจะมีโทษฐานเมาแล้วขับทันที และจำเป็นต้องชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยกว่า 1,000 บาท หากพบว่าผู้ขับขี่ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบหาระดับแอลกอฮอล์ในเลือด และยังต้องโทษทางคดีความตามกฎหมายกำหนดไว้ข้างต้นอีกด้วย

วันสงกรานต์

แต่ในช่วงเดือนมิถุนายนปี 2558 ที่ผ่านมา โทษของการเมาแล้วขับจะไม่ใช่แค่การเสียค่าปรับ รอลงอาญาและช่วยบำเพ็ญประโยชน์เหมือนที่ในอดีตที่ผ่านมาอีกต่อไป เพราะจากอุทาหรณ์ที่ผู้ขับขี่ยานยนต์รายหนึ่งถูกตำรวจตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมากถึงร้อยละ 396 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีกทั้งผู้ขับขี่ที่เมาสุราคนดังกล่าวยังไม่ยอมแสดงใบอนุญาตขับขี่และบัตรประจำตัวประชาชนต่อเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ ศาลจึงมีคำสั่งตัดสินให้ลงโทษผู้ขับขี่ยานยนต์ขณะเมาสุราเป็นโทษจำคุก 4 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ส่วนโทษฐานไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานด้วยการไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่จะต้องชำระค่าปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ในขณะที่โทษของการไม่แสดงบัตรประจำตัวประชาชนจะต้องชำระค่าปรับเป็นเงิน 200 บาท อีกทั้ง ผู้ขับขี่ยานยนต์คนดังกล่าวยังถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เด็ดขาดอีกด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนโดยรวม ซึ่งโทษจากการเมาแล้วขับในเหตุการณ์ครั้งนี้ นับว่าเป็นมาตรการลงโทษที่ไม่ต้องรอลงอาญาและสร้างปรากฏการณ์ที่ตื่นตัวให้กับสิงห์นักดื่มนักเที่ยวราตรีได้เป็นอย่างดีว่า หากเขาดื่มและขับ ไม่ใช่แค่โดนจับเสียค่าปรับและตื่นไปบำเพ็ญประโยชน์เท่านั้น แต่เขาอาจจะต้องโทษจำคุกทันที ซึ่งก็ถือเป็นโทษที่หนักและน่าจะสามารถกระตุกให้นักดื่มหลาย ๆ คนพร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มลงได้บ้าง



ขอบคุณบทความจาก : www.yakyim.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น